การสื่อสารข้อมูล (Data
Communications) คือ การโอนถ่ายหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล ( Transmission)
กันระหว่างต้นทางและปลายทาง
โดยผ่านทางอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ ระบบการสื่อสารข้อมูลอิเลคทรอนิกส์ต้องอาศัยอุปกรณ์หรือเครื่องมืออิเลคทรอนิกส์
เพื่อช่วยในการโอนถ่ายหรือเคลื่อนย้ายข้อมูล
รวมทั้งยังต้องอาศัยสื่อกลางในการนำข้อมูลจากต้นทางไปให้ยังปลายทาง
โดยอาศัยคอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์ และโปรแกรมที่ใช้ควบคุมการไหลของข้อมูล
และบุคลากรผู้ดำเนินงานจะช่วยในการปฏิบัติการณ์และจัดการในส่วนต่างๆ
ทั้งหมดเพื่อให้การสื่อสารข้อมูลสำเร็จไปได้ด้วยดี
วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557
องค์ประกอบของ Data Communication
1. ผู้ส่งหรืออุปกรณ์ส่งข้อมูล
(Sender) และ ผู้รับหรืออุปกรณ์รับข้อมูล (Receiver)
ผู้ส่งหรืออุปกรณ์ส่งข้อมูลต้นทางของการสื่อสารข้อมูล
มีหน้าที่เตรียมสร้างข้อมูล
ส่วนผู้รับหรืออุปกรณ์รับข้อมูลเป็นปลายทางการสื่อสารข้อมูล
มีหน้าที่รับข้อมูลที่ส่งมาให้ทั้งอุปกรณ์รับและส่งข้อมูลอาจจะเป็นอุปกรณ์
ชนิดเดียวกัน อุปกรณ์ส่ง-รับข้อมูลมี 2 ชนิด คือ DTE
(Data Terminal Equipment) และ DCE (Data Transmission
Equipment) DTE เป็นแหล่งกำเนิดและรับข้อมูลซึ่งอาจเป็นเทอร์มินัล
คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ หรือตัวควบคุม ส่วน DCE เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการส่ง-รับข้อมูล
โดยทั่วไป DCE จะหมายถึง โมเด็ม (Modem) จานไมโครเวฟ หรือ จารดาวเทียม เป็นต้น
2. โปรโตรคอล
(Protocol) และ ซอฟต์แวร์ (Software) คือ วิธีการหรือกฏระเบียบที่ใช้ใน
การสื่อสารข้อมูลเพื่อให้ผู้รับและผู้ส่งสามารถเข้าใจกัน หรือคุยกันรู้เรื่อง
ส่วนซอฟต์แวร์มีหน้าที่ทำให้การดำเนินงานในการสื่อสารข้อมูลเป็นไปตาม
โปรแกรมที่กำหนดไว้ ตัวอย่าง โปรโตรคอลได้แก่ X.25, BSC SDLC,HDLC เป็นต้น ซึ่งท่านจะได้ทราบต่อไป ส่วนซอฟต์แวร์ ได้แก่ Novell's
Netware ของระบบ LAN, UNIX, MS-DOS, OS/2 เป็นต้น
3.ข่าวสาร (Message)
สัญญาณอิเลคทรอนิกส์ที่ส่งผ่านไปในระบบสื่อสาร เรียกว่า ข่าวสาร
หรือ Information สามารถแบ่งการสื่อสารข้อมูลได้เป็น 4
รูปแบบด้วยกัน คือ
· เสียง
(Voice)
การส่งแบบนี้ข้อมูลจะกระจัดกระจายคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้
การส่งข้อมูลด้วยความเร็วต่ำ
· ข้อมูล
(Data)
มีรูปแบบแน่นอนเป็นรหัสบิต คาดการณ์จำนวนข้อมูลล่วงหน้าได้
การส่งข้อมูลจะส่ง ด้วยความเร็วสูง
· ข้อความ
(Text)
ไม่มีรูปแบบที่แน่นอน การส่งข้อมูลประเภท Text จะส่งด้วยความเร็วขนาดกลาง
· ภาพ
(Image)
อยู่ในรูปของกราฟิกแบบต่างๆ เช่น รูปภาพ ภาพวิดีโอ
ใช้ปริมาณหรือหน่วยความจำมาก ต้องส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง
4. สื่อกลาง (Medium) สื่อกลางเป็นเส้นทางการสื่อสารเพื่อนำข้อมูลจากต้นทางไปยังปลางทาง
สื่อกลาง การสื่อสารอาจจะเป็นเส้นลวด สายไฟ สารเคเบิล หรือ คลื่นทางอากาศ เช่น
ไมโครเวฟ ดาวเทียม วิทยุ เป็นต้น
การสื่อสารข้อมูลระดับเครือข่าย
การสื่อสารข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์จะประกอบด้วยฝ่ายผู้
ส่งและผู้รับ และจะเริ่มด้วยฝ่ายผู้ส่งซึ่งจะส่งข้อมูลข่าวสารโดยผ่านชั้นมาตรฐาน 7 ชั้น เรียงตามลำดับดังนี้
1. ชั้นประยุกต์ (application) เพื่อแปลงข้อมูลที่อยู่ในภาษาที่มนุษย์เข้าใจไปเป็นภาษาที่เครื่อง
คอมพิวเตอร์เข้าใจโดยมีการระบุถึงคอมพิวเตอร์ผู้รับและผู้ส่ง
2. ชั้นนำเสนอ (presentation) ซึ่งจะแปลงข้อมูลที่ส่งมาให้อยู่ในรูปแบบที่โปรแกรมของเครื่องผู้รับเข้าใจ
โดยกำหนดรูปแบบภาษา ชนิด
และวิธีการเข้าถึงข้อมูลของเครื่องผู้ส่งให้เครื่องผู้รับเข้าใจ
3. ชั้นส่วนงาน (session) เพื่อกำหนดขอบเขตการสนทนา
คือ กำหนดจุดผู้รับและผู้ส่งโดยจะเพิ่มเติมรูปแบบการสนทนาว่าเป็นแบบพูดทีละคน
หรือพูดพร้อมกัน
4. ชั้นขนส่ง (transport) ซึ่งจะทำการตรวจสอบและป้องกันข้อมูลไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด
และจะเพิ่มเติมตำแหน่งและลำดับของข้อมูล
5. ชั้นเครือข่าย (network) ซึ่งจะทำหน้าที่ส่งข้อมูลในรูปของกลุ่มข้อมูล
(data packet) โดยจะเพิ่มเติมลำดับที่ของกลุ่มข้อมูลและที่อยู่ของเครื่องผู้ใช้
6. ชั้นเชื่อมโยงข้อมูล (data link) ซึ่งจะแนะนำช่องสื่อสารระหว่างกัน
และมีการสำเนาข้อมูลไว้จนกว่าจะส่งถึงมือผู้รับ
7. ชั้นกายภาพ (physical)
ซึ่งจะทำหน้าที่แปลงข้อมูลในรูปของสัญญาณดิจิทัลให้ผ่านตัวกลางแต่ละชนิดได้
เมื่อข้อมูลผ่านขั้นตอนทั้ง 7 แล้วจะถูกนำไปเก็บไว้ในส่วนที่ทำหน้าที่ดูแลการจราจรบนเครือข่าย
เพื่อส่งไปยังเครื่องผู้รับซึ่งต้องผ่านมาตรฐานทั้ง 7 เช่นกัน
แต่จะเป็นไปในทางตรงข้าม
ช่องทางการสื่อสาร สื่อที่ทำหน้าที่เป็นช่องทางการสื่อสาร
1. สายโทรศัพท์ (Telephone Line)
เป็นช่องทางการสื่อสารในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่รู้จักและใช้กันอย่างแพร่หลาย
ประกอบ ด้วยลวดทองแดงหุ้มด้วยฉนวน
2. เส้นพันบิดเป็นเกลียว เป็นสายสื่อสารที่ใช้ได้ทั้งในบ้านและในองค์กรธุรกิจ ซึ่งโดยทั่วไปองค์การโทรศัพท์ฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบ ในการให้บริการสื่อสารข้อมูลผ่านสื่อกลางชนิดนี้ บริการดังกล่าว ได้แก่
2. เส้นพันบิดเป็นเกลียว เป็นสายสื่อสารที่ใช้ได้ทั้งในบ้านและในองค์กรธุรกิจ ซึ่งโดยทั่วไปองค์การโทรศัพท์ฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบ ในการให้บริการสื่อสารข้อมูลผ่านสื่อกลางชนิดนี้ บริการดังกล่าว ได้แก่
· Voice-grade Service
หมายถึง การสื่อสารข้อมูลในรูปของสัญญาณอนาล็อก (Analog) บนสายโทรศัพท์ โดยมีโมเด็มเป็นเครื่องแปลงสัญญาณ มีแบนด์วิดธ์เท่ากับ 56
K bps โดยประมาณ
· ISDN
(Integrated Services Digital Network) เป็นระบบเครือข่ายที่มีความเร็วและความจุของช่องสื่อสารสูงถึงประมาณ
128 K bps และยังสามารถแยกช่องสื่อสารเดียวกันออกเป็นช่องสื่อสารเสียง
และช่องสื่อสารสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์
· Two-megabit
Service เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีความเร็ว 2 M bps
(2,000,000 bits per second) โดยผ่านโมเด็ม สามารถรับข้อมูลที่อยู่ในรูปของภาพเคลื่อนไหวในระบบวีดิทัศน์
รวมทั้งกราฟิกความเร็วสูง และการเข้าถึงสารสนเทศแบบ on line real-time ของผู้ใช้ ณ จุดต่างๆ ในระบบเครือข่าย
3. ดาวเทียม
(Satellites) ขึ้นมาเพื่อส่งสัญญาณไมโครเวฟในระยะที่ห่างจากพื้นดิน
โดยดาวเทียมจะทำการรับสัญญาณจากสถานี ภาคพื้นดิน
เพื่อขยายสัญญาณปรับความถี่ของคลื่นและส่งสัญญาณกลับลงมายังสถานีภาคพื้นดินหลายจุด
ในบริเวณที่กว้างมากเพื่อลด ข้อจำกัดของไมโครเวฟ และที่สำคัญคือ
ดาวเทียมสามารถสื่อสารข้อมูลจากแหล่งส่ง 1 แหล่งไปยังผู้รับจำนวนมากบนพื้นที่ต่างๆ
ทั่วโลกการติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต
การติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตมีหลายแบบดังนี้
1. จดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมล (E-mail
หรือ Electronic mail) บริการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
โดยการพิมพ์จดหมายในคอมพิวเตอร์ แล้วส่งผ่านสายโทรศัพท์ หรือสายแลน
ในองค์กรไปให้ผู้รับโดยไม่ใช้แสตมป์ และส่วนใหญ่จะถึงผู้รับในเกือบทันที
สามารถส่งภาพ หรือเสียง แม้แต่แฟ้มวีดิโอได้
2. เว็บไซต์ (Web
site) และบริการสืบค้น (Search
engine) นายเบอร์เนอร์ ลี
แห่งองค์กรเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรปหรือ เซิร์น ได้พัฒนาโพรโทคอล ชื่อ
เอชทีทีพี (HTTP) ขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. 2533
ทำให้เกิดบริการเวิลด์ ไวด์ เว็บ(WWW : World Wide Web)ที่สามารถเปิดดูข้อมูลได้ทั้งภาพและเสียง
จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดเว็บไซต์อย่างทุกวันนี้เมื่อต้องการข้อมูลก็เข้าไปยัง
เว็บไซต์เพื่อหาข้อมูลได้ จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นเพราะสะดวกและเร็ว
ปัจจุบันเว็บไซต์สำหรับให้บริการ สืบค้นที่นิยมใช้มากที่สุดคือ www.google.co.th
ซึ่งเป็นบริการที่ทำให้ทราบว่าเว็บใดมีข้อมูลตามคำสำคัญ (Keyword)ที่ระบุ โดยค้นหาได้ทั้งข้อมูลประเภทเว็บไซต์ ภาพ และแฟ้มข้อมูลเว็บไซต์ (Web
site)หมายถึง แหล่งรวมเว็บเพจทั้งหมด
โฮมเพจ (Home page) หมายถึง เว็บเพจหน้าแรก
โดยปกติจะหมายถึงแฟ้ม index.htmlเว็บเพจ (Webpage) หมายถึง หน้าเอกสารข้อมูลแต่ละหน้า ที่อยู่ในเว็บไซต์ เช่น กระดานข่าว
ข้อมูลหลักสูตร หรือข้อมูลบุคลากร เป็นต้น
3. ไออาร์ซี (IRC
– Internet relay caht) เป็นบริการที่ทำให้คนทั่วโลกสามารถคุยผ่านคอมพิวเตอร์พร้อมกันได้หลายคน
หรือคุยกันเพียง 2 คนก็ได้ โดยเลือกห้องสนทนา
4. วินโดว์ไลฟ์ เมสเซนเจอร์ (Windows
Live Messenger) ผู้ใช้มักเรียกสั้นๆว่า
เอ็มเอสเอ็น หรือ เอ็ม ตามชื่อเดิม วินโดวส์ไลฟ์ เมสเซนเจอร์
โปรแกรมเอ็มเอสเอ็นมีฟังก์ชันหลายอย่าง เช่น Sharing folders ใช้สำหรับแบ่งปันข้อมูลหรือไฟล์ที่ต้องการให้กับบุคคลที่ต้องการโดยการสร้างโฟลเดอร์ขึ้นมา
5. พาณิชย์อิเล็กทรกนิกส์ (e-Commerce) เป็นการใช้ประโยชน์จากอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายและครอบคลุมรูปแบบทางการเงินในปัจจุบัน
เช่น ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ การค้าอิเล็กทรอนิกส์
การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ และการประชุมทางไกล
เป็นต้น
6. การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-learning
หรือ Electronic learning) บริการที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนหนังสือโดยไม่จำเป็นต้องไปนั่งในชั้นเรียนแต่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อ
จะเรียนที่ไหน (Anywhere) เมื่อใด (Anytime) ก็ได้ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างเป็นขั้นตอนตามบทเรียนรู้
หากสงสัยก็สามารถติดต่อสอบถามจนเข้าใจและมีการสอบวัดผลเพื่อประเมินผลการเรียนรู้
7. ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ (E-banking
หรือ Electronic Banking) เป็นการทำธุรกรรมทางการเงินของธนาคาร
หรือหน่วยงานอื่น ๆ โดยใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยมากขึ้น นอกจากการไปติดต่อด้วยตนเองที่ธนาคารหรือ
การทำรายการจากตู้เอทีเอ็ม
ทุกวันนี้ลูกค้าสามารถใช้โทรศัพท์มือถือสำหรับติดต่อเพื่อชำระค่าสินค้า และบริการ
ธนาคาร หลายแห่งให้บริการโอนเงินระหว่างบัญชีผ่านอินเทอร์เน็ต
บริการตรวจสอบยอดบัญชีเงินฝาก หน่วยงานนาชกาบางแห่ง เช่น
กรมสรรพากรเปิดให้มีการยื่นแบบฟอร์มชำระภาษีเงินได้ ภ.ง.ด. 91
ทางอินเทอร์เน็ตซึ่งอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างมาก
8. โทรศัพท์อินเทอร์เน็ต (Internet
Phone) เป็นการสื่อสารทางเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต
โดยแปลงสัญญาณเสียงให้เป็นแพ็กเกตข้อมูลเพื่อส่งผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเหมือนข้อมูลอื่น
คุณภาพเสียงมีความชัดเจนเหมือน
โทรศัพท์บ้านปกติ เป็นบริการที่มีราคาถูก
โดยเฉพาะการโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศเพราะไม่ต้องชำระค่าบริการเป็นรายนาที
หรือรายชั่วโมง หากแต่เป็นการใช้โปรแกรมโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น Skype
หรือ Net2Phone เป็นตัวกลางในการสื่อสาร
จึงชำระเฉพาะค่าบริการอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
9. เกมส์ออนไลน์ (Game
Online) ปัจจุบันเกมส์คอมพิวเตอร์ได้รับการพัฒนามาก
ไม่จำเป็นต้องไปซื้อโปรแกรมเกมส์จากร้าน มาติดตั้งในเครื่องอีกต่อไป
เพราะสามารถเลือกเล่นเกมส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ทันที
ซึ่งก็มีเว็บไซต์ที่ให้บริการจำนวนมาก
10. ปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้ทันสมัย (Software
Updating) ปัจจุบันเมื่อซื้อโปรแกรมมาใช้งาน
ผู้ใช้สามารถปรับปรุง หรืออัพเดท (update) ซอฟต์แวร์โปรแกรมผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้
เพราะโปรแกรมต่าง ๆ มักมีการปรับปรุงเสมอ
11. บริการกระดานข่าว (Usenet
news) เป็นบริการที่มีมาตั้งแต่ยุคแรกของอินเทอร์เน็ต
และยังมีการให้บริการอยู่จนปัจจุบัน แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ทราบ
เพราะการใช้งานกระดานข่าวในเว็บไซต์สะดวกกว่า
สำหรับกระดานข่าวที่ได้รับความนิยมของไทยคือ www. soc.culture.thai ถ้าต้องการคำตอบที่เกี่ยวข้องกับสังคมไทย เมื่อส่งคำถามไปที่ www.news:soc.culture.thai อาจจะมีคนตอบและตรงตามความต้องการ ปัจจุบันโปรแกรมที่นิยมนำมาใช้อ่าน usenet
news คือ Outlook expressถ้าใช้
เบราว์เซอร์ไออี (IE : Internet explorer) เมื่อพิมพ์ new:soc.coulture.thai
จะเป็นการเปิดโปรแกรม Outlookและ download
หัวข้อข่าวจากเครื่องบริการข่าว
12. เอฟทีพี (FTP
– File Transfer Protocol) เอฟทีพี คือ
การรับ-ส่งแฟ้มไปยังเครื่องให้บริการ โปรแกรมเอฟทีพี ที่นิยมใช้คือ WS_FTP และ CUTE_FTP ที่ทำให้การส่งแฟ้มหลายแฟ้มไปยังเครื่องบริการได้สะดวกต่างกับการ
Upload หรือ Download แฟ้มที่จำกัดจำนวนแฟ้มในการส่งต่อครั้ง
13. เทลเน็ต (Telnet)
หรือเอสเอสเอช เทลเน็ต (Ssh Telnet) เป็นโปรแกรมที่ใช้ติดต่อเข้าไปทำงานในเครื่องบริการ
ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ หรือลีนุกซ์ ปัจจุบันการใช้โปรแกรมนี้เริ่มลดลง
เพราะมีจุดด้วยเรื่องความปลอดภัย วิธีแก้แก้ไขคือ ใช้โปรแกรม Ssh (Secure
Shell) ซึ่งเข้ารหัสข้อมูลก่อนส่ง
ทำให้ผู้ลักลอบไม่สามารถเห็นข้อมูลที่แท้จริง
14. สังคมเครือข่าย (Social
Network) คือ
การที่ผู้คนสามารถทำความรู้จักและเชื่อมโยงกันในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
สำหรับเว็บไซต์ที่จัดเป็นเว็บสังคมเครือข่ายหมายถึง เว็บไซต์ที่เชื่อมโยงผู้คนไว้ด้วยกัน
ตัวอย่างเว็บไซต์สังคมเครือข่าย เช่น ไฮไฟว์ (Hi5)
และเฟชบุ๊ค (Facebook)
หน่วยประมวลผลกลาง
หน่วยประมวลผลกลาง (central processing unit) หรือย่อว่า ซีพียู (CPU) เป็นวงจรอิเลคทรอนิกส์ที่ทำงาน หรือประมวลผล
ตามชุดของคำสั่งเครื่องจากซอฟต์แวร์
คำนี้เริ่มใช้ในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ต้นศตวรรษ 1960s
หน่วยประมวลผลเปรียบเสมือนเป็นสมองของคอมพิวเตอร์
ในการทำหน้าที่ตัดสินใจหรือคำนวณ จากคำสั่งที่ได้รับมา เช่น การเปรียบเทียบ
การกระทำการทางคณิตศาสตร์ ฯลฯ
โดยมีกระบวนการพื้นฐานคือ
Ø อ่านชุดคำสั่ง
(fetch)
Ø ตีความชุดคำสั่ง
(decode)
Ø ประมวลผลชุดคำสั่ง
(execute)
Ø อ่านข้อมูลจากหน่วยความจำ
(memory)
Ø เขียนข้อมูล/ส่งผลการประมวลกลับ
(write back)
สถาปัตยกรรมของหน่วยประมวลผลกลาง
ประกอบไปด้วย ส่วนควบคุมการประมวลผล (control unit) และ
ส่วนประมวลผล (execution unit) และจะเก็บข้อมูลระหว่างการคำนวณ
ไว้ในระบบเรจิสเตอร์
การทำงานของหน่วยประมวลผลกลาง
การทำงานของหน่วยประมวลผลกลางแบ่งออกตามหน้าที่ได้เป็นห้ากลุ่มใหญ่ๆ
ดังนี้ โดยทำงานทีละคำสั่ง จากคำสั่งที่เรียงลำดับกันไว้ตอนที่เขียนโปรแกรม
Ø Fetch - การอ่านชุดคำสั่งขึ้นมา 1 คำสั่งจากโปรแกรม ในรูปของรหัสเลขฐานสอง (Binary Code from
on-off of BIT)
Ø Decode - การตีความ 1 คำสั่งนั้นด้วยวงจรถอดรหัส
(Decoder circuit) ตามจำนวนหลัก (BIT) ว่ารหัสนี้จะให้วงจรอื่นใดทำงานด้วยข้อมูลที่ใด
Ø Execute - การทำงานตาม 1 คำสั่งนั้น
คือ วงจรใดในไมโครโปรเซสเซอร์ทำงาน เช่น วงจรบวก วงจรลบ วงจรเปรียบเทียบ
วงจรย้ายข้อมูล ฯลฯ
Ø Memory - การติดต่อกับหน่วยความจำ
การใช้ข้อมูที่อยู่ในหน่วยจำชั่วคราว (RAM, Register) มาใช้ในคำสั่งนั้นโดยอ้างที่อยู่
(Address)
Ø Write Back - การเขียนข้อมูลกลับ โดยมีหน่วยจำ Register
ช่วยเก็บที่อยู่ของคำสั่งต่อไป ภายหลังมีคำสั่งกระโดดบวกลบที่อยู่
การทำงานแบบขนานในระดับคำสั่ง (ILP)
โดยการทำงานเหล่านี้ถ้าเป็นแบบพื้นฐานก็จะทำงานกันเป็นขั้นตอนเรียงตัวไปเรื่อยๆ
แต่ในหลักความเป็นไปได้คือการทำงานในแต่ละส่วนนั้นค่อนข้างจะเป็นอิสระออกจากกัน
จึงได้มีการจับแยกกันให้ทำงานขนานกันของแต่ละส่วนไปได้ หลักการนี้เรียกว่า pipeline เป็นการทำการประมวลผลแบบขนานในระดับการไหลของแต่ละคำสั่ง
(ILP: Instruction Level Parallelism) โดยข้อมูลที่เป็นผลจากการคำนวณของชุดก่อนหน้าจะถูกส่งกลับไปให้ชุดคำสั่งที่ตามมาในช่องทางพิเศษภายในหน่วยประมวลผลเอง
การทำงานแบบขนานนี้สามารถทำให้มีความสามารถเพิ่มขึ้นได้อีกคือเพิ่มการทำงานแต่ละส่วนออกเป็นส่วนที่เหมือนกันในทุกกลุ่มแต่ให้ทำงานคนละสายชุดคำสั่งกัน
วิธีการนี้เรียกว่าการทำหน่วยประมวลผลให้เป็น superscalar วิธีการนี้ทำให้มีหลายๆ ชุดคำสั่งทำงานได้ในขณะเดียวกัน โดยงานหนักของ superscalar
อยู่ที่ส่วนดึงชุดคำสั่งออกมา (Dispatcher) เพราะส่วนนี้ต้องตัดสินใจได้ว่าชุดคำสั่งอันไหนสามารถทำการประมวลผลแบบขนานได้
หลักการนี้ก็เป็นการทำการประมวลผลแบบขนานในระดับการไหลของแต่ละคำสั่ง (ILP:
Instruction Level Parallelism) เช่นกัน
การทำงานแบบขนานในระดับกลุ่มชุดคำสั่ง (TLP)
การทำงานของโปรแกรมคอมพิวเตอร์แต่ละโปรแกรมสามารถแบ่งตัวออกได้เป็นระดับกลุ่มชุดคำสั่ง
(Thread) โดยในแต่ละกลุ่มสามารถทำงานขนานกันได้ (TLP:
Thread Level Parallelism) ในระดับ2
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




